ชื่อสมาชิก
รหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิก
+ ลืมรหัสผ่าน
      หมวดสินค้า
      เลือกชมล่าสุด
      ซิมบิเดียม โกลเด้นเอลล์ ต้นซันดัส x แกรมมาโต สคริปตั้มเผือก ไม้ปั่นตา กระถาง 6" Cym.Golden Elf Sundust x Gram.scriptum
ซิมบิเดียม โกลเด้นเอลล์ ต้นซันดัส x แกรมมาโต สคริปตั้มเผือก ไม้ปั่นตา กระถาง 6"  Cym.Golden Elf Sundust x Gram.scriptum


        รายละเอียดสินค้า
ซิมบิเดียม โกลเด้นเอลล์ ต้นซันดัส x แกรมมาโต สคริปตั้มเผือก ไม้ปั่นตา กระถาง 6" Cym.Golden Elf Sundust x Gram.scriptum Critinum Pot 6" "Blooming Size"
  • รหัสสินค้า:OSO-000628
    จำนวนสินค้าที่มีอยู่: 100 ต้น
  • ขนาดสินค้า/น้ำหนัก:500กรัม
  • เวลาขาย:19-02-2012
    ลงคะแนนให้กับจำนวนสินค้า:252
  • ราคาตลาด:฿ 360 บาท
    ราคา:฿ 300 บาท
    Registered users:฿ 300 บาท
    ระดับสินค้า: comment rank 5
  • ราคาขายเพียง:
  • จำนวน:
    คะแนนของสินค้านี้ :300 บาทถ้วน

รายละเอียดสินค้าพิ่มเติม

 

 

ขนาดที่จำหน่ายเป็นไม้รุ่นพร้อมให้ดอก กระถาง 6"

 

กอใหญ่ ประมาณ 6-10 ต่อกระถาง ต้นสมบูรณ์



ราคาต้นละ 300 บาท ไม่รวมค่าจัดส่งครับ

 

ภาพดอกและภาพต้น : ขนาดที่จำหน่ายครับ



ปรัชญาวิทย์ 086-525 5625

                 

 

 

 

.................................................

 

 


 

 

ซิมบิเดียม (Cymbidium)

ราชาแห่งกล้วยไม้กลิ่นหอม เป็นกล้วยไม้ที่มีใบเขียวชอุ่มตลอดปี ได้รับการตั้งชื่อโดย Olof Swartz ในปี ค.ศ. 1799 มาจากภาษากรีกคำว่า คัมโบ (kumbos) หมายถึง โพรง (hole) ตามลักษณะฐานของปาก (lip) หรือกลีบดอกล่าง
กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม มีทั้งชนิดที่เป็นรากอากาศ ยึดเกาะและอาศัยหากินบนต้นไม ้และที่เป็นรากดินอาศัยขึ้นอยู่ตามพื้นดิน ลักษณะลำต้นมีลำลูกกล้วยบางชนิดมีลำลูกกล้วยยาว บางชนิดก็สั้น แต่ละลำ จะมีใบติดอยู่ไม่กี่ใบ มีทั้งชนิดที่ใบตั้งและใบโค้งลง ช่อดอกออกที่โคนลำลูกกล้วย ช่อดอกมีทั้งช่อตั้งและช่อห้อย กลีบดอกชั้นนอกและชั้นในมีขนาดใกล้เคียงกัน ปากมี 3 แฉก หูจะตั้งและแนบติดกับด้านข้างของเส้าเกสร กล้วยไม้สกุลนี้มีทั้งหมดประมาณ 44 ชนิดแบ่งได้เป็น 3 สกุลย่อย เป็นพืชเขตร้อนในเอเชีย เช่น ทางเหนือของอินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปินส์ และเกาะบอร์เนียว (Borneo) รวมทั้งทางเหนือของออสเตรเลีย เติบโตได้ในที่มีอุณหภูมิต่ำในพื้นที่สูง แม้จะเป็นพืชเมืองร้อนแต่ก็สามารถอยู่รอดได้ในอุณหภูมิหนาวเย็นระหว่างต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส

กล้วยไม้สกุลนี้เป็นหนึ่งในกล้วยไม้ที่นิยมสะสมกันในหมู่นักสะสมกล้วยไม้ทั่วโลก เนื่องจากมีดอกที่สวยงาม นับพันปีก่อนที่ซิมบิเดียมได้มีการค้นพบในจีน และกลายเป็นที่นิยมของชาวยุโรปในยุควิคตอเรียน (Victorian) ประเทศอังกฤษ กล้วยไม้จุหลัน(Cymbidium. ensifolium) เป็นกล้วยไม้ที่ได้รับสมญานามว่า ราชากลิ่นหอม (King of Fragrance) โดยชาวจีนที่ปลูกกล้วยไม้ชนิดนี้มานานกว่า 2,500 ปีเชื่อว่าหากหญิงที่มีบุตรยากได้ดมกลิ่นจะช่วยให้มีบุตรได้ง่ายขึ้น ใบของกล้วยไม้ซิมบิเดียมส่วนใหญ่ สวยงามเหมือนพัด ทำให้กล้วยไม้ซิมบิเดียมมีรูปทรงที่สวยงามแม้ในยามที่ไม่มีดอก ชาวจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี จึงเน้นที่จะชี่นชมความงามของพุ่มใบเช่นเดียวกับที่ชาวยุโรปชื่นชมความงามของดอก ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอกโดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นระบบรากดิน


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ราก                     มีทั้งระบบรากดินและรากกึ่งอากาศ ส่วนใหญ่หนาไม่ต่ำกว่า 5 มิลลิเมตร

ลำต้น                  มีลำต้นเทียม (sympodial) หรือมีลำลูกกล้วย (pseudobulb) ลำต้นสูงประมาณ 60 เซนติเมตร บางชนิดอาจสูงได้ถึง 90 เซนติเมตร ลำลูกกล้วยมีกาบหุ้มอยู่เจริญเติบโตโดยการแตกกอ

ใบ                      ใบแคบยาวตั้งขึ้น บางชนิดใบโค้งลง สีเขียว ปลายแหลมและมีแนวหรือร่องกลางใบ

ดอก                   กลีบดอกมีทั้งสีขาว เขียว เหลืองปนเขียว สีครีม น้ำตาล ชมพู ไปจนถึงแดง ขาดแต่สีฟ้าและสีดำเท่านั้นที่ไม่มีการค้นพบ เมื่อออกดอกแล้วจะบานอยู่ประมาณ 10 สัปดาห์กลีบเป็นมันคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง ดอกออกจำนวนมาก กลีบดอกชั้นนอกและกลีบดอกชั้นในมีขนาดใกล้เคียงกัน ปาก (lip) มี 3 แฉก ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร มักบานในฤดูหนาว 1 ช่อมีประมาณ 15 ดอกขึ้นไป

ถิ่นกำเนิด เทือกเขาหิมาลัย(Himalaya) ยูนนาน(Yunan) ภาคเหนือของพม่า เวียดนาม

การปลูกกล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม
ซิมบิเดียมส่วนใหญ่มาจากที่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ ดังนั้นจึงมักทนต่อความร้อนในประเทศไทยไม่ค่อยได้ การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ซิมบิเดียมในไทยจึงมักเป็นกล้วยไม้พันธุ์ผสมที่ทนร้อนและไม่ต้องการการดูแลมากนัก นอกจากนี้กล้วยไม้ซิมบิเดียมยังมีข้อดีในด้านทนต่อสภาพฝนจึงไม่จำเป็นต้องทำหลังคากันฝนหรือโรงเรือน เพียงปลูกในที่อากาศถ่ายเทได้ดี ความชื้นไม่มาก

ในการปลูกมักปลูกในกระถางดินเผาเจาะรูที่ก้นกระถาง 1 รู ด้านข้างอีก 1 รู พอให้รักษาความชื้นได้ เครื่องปลูกก็ใช้วัสดุจำพวกถ่าน หินภูเขาไฟหรือเศษกระถางดินเผา หากฝนไม่ตกมากนักอาจเพิ่มวัสดุรักษาความชื้น เช่นกาบมะพร้าวใส่ลงไปด้วย โดยวางไว้บนโต๊ะเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากดินโดยตรง และมักขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อปลอดจากเชื้อโรค เมื่อจะนำออกจากขวดก็ควรชำในภาชนะที่มีทรายหยาบรองอยู่ จนเมื่อรากแข็งแรงดีจึงค่อยย้ายลงกระถาง

แสงแดด ปริมาณแสงที่ซิมบิเดียมแต่ละชนิดต้องการไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่หากปลูกในเรือนควรมีการพรางแสงประมาณ 60 – 70 % แต่ถ้าปลูกตามบ้านเรือนอาจวางที่ระเบียงหรือร่มไม้พอบังแสงแต่ต้องระวังอย่าปลูกใต้กล้วยไม้ชนิดอื่น ๆ เพราะถ้าแสงน้อยเกินไปจะมีผลต่อการออกดอกของซิมบิเดียมได้

น้ำ ต้องการความชื้นสูง ปลูกกลางแจ้งได้ การรดน้ำรดในตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หากอากาศร้อนจัดอาจรดตอนเย็นเพิ่ม

ปุ๋ย ซิมบิเดียมต้องการแร่ธาตุหลักเช่นเดียวกับพืชสกุลอื่นเพื่อผลิตดอก การใส่ปุ๋ยจึงเป็นสิ่งจำเป็นโดยปุ๋ยที่ใช้เป็นปุ๋ยผสมน้ำสูตร 21 – 21 – 21 หรือเพิ่มฟอสฟอรัสสูงเมื่อต้องการเร่งดอกในช่วงกล้วยไม้กำลังใกล้ผลิดอกได้

 

 

 



      สินค้าติดป้าย/ติดป้ายสินค้า

ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้ารายการนี้

      บันทึกการซื้อ (จำนวนผู้ที่ซื้อสินค้าชิ้นนี้ 0 คน)
ไม่มีใครซื้อสินค้านี้
รวมทั้งหมด 0 บันทึก, แบ่งออกเป็น1 หน้า. หน้าแรก ก่อนหน้า หน้าต่อไป หน้าสุดท้าย
      ความคิดเห็นของผุ้ใช้      (มีผู้แสดงความคิดเห็นทั้งหมด 0 ครั้ง)
  • คุณยังไม่ได้แสดงข้อคิดเห็น
รวมทั้งหมด 0 บันทึก, แบ่งออกเป็น1 หน้า. หน้าแรก ก่อนหน้า หน้าต่อไป หน้าสุดท้าย
ชื่อผู้ใช้: บุคคลทั่วไป
E-mail:
ระดับ:
เนื้อหา:
รหัสยืนยัน: captcha